2026-05-25
5 อันดับเหตุผลหลักที่ต้องศัลยกรรมแก้จมูก!
สวัสดีค่ะ Vibe Plastic Surgery ค่ะ สำหรับการศัลยกรรมจมูก หากการผ่าตัดครั้งแรกทำอย่างเร่งรีบและไม่ได้วางแผนอย่างเหมาะสม มักจะทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมาย นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าต้องทำจมูกอย่างน้อย 3 ครั้งถึงจะพอใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเคสแก้จมูกเยอะมากจริงๆ ค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเหตุผลที่ทำให้ต้องแก้จมูกมีอะไรบ้าง อันดับที่ 5 คือ จมูกรั้ง (Capsular Contracture) เมื่อซิลิโคนเข้าไปในร่างกายของเรา ซิลิโคนก็ถือเป็นสิ่งแปลกปลอม...

สวัสดีค่ะ
Vibe Plastic Surgery ค่ะ

สำหรับการศัลยกรรมจมูก หากการผ่าตัดครั้งแรก
ทำอย่างเร่งรีบและไม่ได้วางแผนอย่างเหมาะสม
มักจะทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมายค่ะ
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าต้องทำจมูกอย่างน้อย 3 ครั้งถึงจะพอใจ
ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเคสศัลยกรรมแก้จมูก
เยอะมากจริงๆ ค่ะ
เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเหตุผลที่ทำให้ต้องแก้จมูก
มีอะไรบ้าง

อันดับที่ 5 คือ จมูกรั้ง (Capsular Contracture) ค่ะ
เมื่อซิลิโคนเข้าไปในร่างกายของเรา
ซิลิโคนก็ถือเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายของเราจึง
เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันค่ะ

เมื่อร่างกายรับรู้ว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่างกาย
เซลล์อักเสบจะมารวมตัวกันรอบๆ ซิลิโคน
เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้เกิดอาการปวดได้
และปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันจากเซลล์อักเสบเหล่านี้
จะทำให้เกิดการหดรั้งขึ้นค่ะ
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าพังผืดหดรั้ง (Capsular Contracture) ค่ะ
การหดรั้ง ตามชื่อเลยก็คือ
อาการที่เนื้อเยื่อแข็งตัวและหดสั้นลงค่ะ
หากเกิดการอักเสบรอบๆ ซิลิโคน
จนเกิดพังผืดหนาขึ้น มันจะไปกดทับซิลิโคน
ทำให้เกิดภาวะจมูกรั้งได้ค่ะ

ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ
แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดภาวะจมูกรั้งแล้ว
อาจจำเป็นต้องถอดหรือเปลี่ยนซิลิโคนใหม่ค่ะ

การผ่าตัดที่ถือว่ายากในบรรดาการศัลยกรรมจมูก
อย่างการแก้จมูกฮัมพ์และจมูกชมพู่ คืออันดับที่ 4 ค่ะ
เนื่องจากปลายจมูกใหญ่หรือมีฮัมพ์
จึงเข้ารับการผ่าตัด แต่หลังทำฮัมพ์กลับมาอีกครั้ง
หรือปลายจมูกยังคงใหญ่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ไม่เป็นไปตาม
ที่ต้องการค่ะ
ในกรณีของจมูกฮัมพ์
ควรตะไบออกอย่างพอเหมาะในขอบเขตที่ทำได้
แล้วใช้ซิลิโคนหรือกระดูกอ่อนของตัวเอง
เติมเต็มในส่วนที่ยุบลงไป
ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสูงค่ะ

มีหลายเคสที่เข้ามาปรึกษาเพราะจมูกเบี้ยวหรือเอียงค่ะ
จมูกของคนเราทุกคนมีความไม่สมมาตรของใบหน้า
อยู่บ้างในระดับหนึ่งค่ะ
ความลาดเอียงและแกนของกระดูกจมูกทั้งสองข้างก็ต่างกัน
ความสูงของปีกจมูกทั้งสองข้างก็ต่างกันเล็กน้อยค่ะ
แต่โดยปกติแล้วเราอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นความไม่สมมาตรนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเสริมดั้งให้โด่งขึ้น
ส่วนที่เอียง หรือส่วนที่ทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
อาจจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ หากจะใช้การผ่าตัด
เพื่อแก้ไขให้สมบูรณ์แบบ 100% อาจเป็นเรื่องยาก
แต่ถ้าหลังผ่าตัดซิลิโคนเคลื่อนที่จนทำให้จมูกเอียง
หรือแกนจมูกเบี้ยวจนเกินไป
ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการศัลยกรรมแก้จมูกค่ะ

เมื่อทำการศัลยกรรมจมูก
บริเวณปลายจมูกมักจะใช้กระดูกอ่อนของตัวเอง
ในการเสริมให้โด่งขึ้นค่ะ
หากผิวหนังหนาเกินไป
หรือผิวหนังมีแรงกดทับในตัวเอง
ก็มีหลายเคสที่รู้สึกว่าปลายจมูกเตี้ยลงค่ะ

นอกจากนี้ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว
แต่ก็มีเคสที่ผ่าตัดด้วยซิลิโคนรูปตัว L อยู่บ้างค่ะ
การใส่ซิลิโคนรูปตัว L ตั้งแต่สันจมูกจนถึงปลายจมูก
จะดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างมาก และแรงกดที่กระทำต่อแกนพยุง
อาจทำให้ปลายจมูกดูใหญ่และมนขึ้นกว่าเดิมได้ค่ะ

สาเหตุอันดับหนึ่งของการแก้จมูก
ก็คือเคสที่ไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ค่ะ
หลังจากทำจมูกไปแล้ว รู้สึกว่าความโด่ง
ไม่ต่างจากก่อนทำมากนัก
หรือจมูกโด่งเกินไปจนดูเหมือนอวตาร
มีเคสที่เข้ามาปรึกษาด้วยเหตุผลเหล่านี้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ
จมูกที่โด่งไม่ได้แปลว่าเป็นจมูกที่สวยเสมอไป
ทรงจมูกที่เข้ากับแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไปค่ะ
ไม่ควรมองแค่จมูกเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องคำนึงถึงความกลมกลืนของใบหน้าโดยรวม ตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงความยื่นของริมฝีปาก
การพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมด
ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ

ทรงจมูกในอุดมคติที่เหมาะกับคุณคือแบบไหน,
ในการแก้จมูกต้องการปรับปรุงจุดไหนบ้าง
ที่ Vibe Plastic Surgery เราใช้ 3D-CT
เพื่อวิเคราะห์สาเหตุความผิดพลาดของการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างเป็นระบบ
และช่วยปรับปรุงทั้งในด้านความงามพร้อมกับด้านฟังก์ชันการใช้งาน
ไปพร้อมๆ กันค่ะ





